เพชรนาวา โฮปแคร์เพชรนาวา โฮปแคร์PETCH NAVA HOPE CARE
← กลับไปหน้าบทความทั้งหมดความรู้พื้นฐานเรื่องการเสพติด

ซึมเศร้ากับยาเสพติด ทำไมมักมาด้วยกัน และทำไมต้องรักษาไปพร้อมกัน

อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2569
ซึมเศร้ากับยาเสพติด ทำไมมักมาด้วยกัน และทำไมต้องรักษาไปพร้อมกัน

หลายครอบครัวพบว่าคนที่ติดยาเสพติดมีอาการซึมเศร้า เบื่อทุกอย่าง นอนไม่หลับ หรือพูดว่าไม่อยากอยู่แล้ว บางคนเริ่มใช้ยาเพราะอยากหนีความเศร้า บางคนซึมเศร้าหนักขึ้นหลังใช้ยาหรือตอนหยุดยา คำถามที่ตามมาคือควรรักษาอะไรก่อน บทความนี้อธิบายว่าทำไมสองภาวะนี้มักเกิดร่วมกัน สัญญาณที่ต้องรีบขอความช่วยเหลือ และเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รักษาไปพร้อมกัน

ซึมเศร้ากับการติดยาเกิดร่วมกันบ่อยแค่ไหน

รายงานของสถาบันวิจัยยาเสพติดแห่งชาติสหรัฐฯ (NIDA) ปี 2563 ระบุว่า การสำรวจประชากรชี้ว่าราวครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีโรคทางจิตเวชจะมีปัญหาการใช้สารเสพติดร่วมด้วยในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน ในวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติดในชุมชน มากกว่าร้อยละ 60 มีโรคทางจิตเวชอื่นร่วมด้วย

ภาวะที่เกิดร่วมกันบ่อย ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และปัญหาการนอน ซึ่งทำให้การเลิกยายากขึ้น เพราะเมื่ออารมณ์แย่ลง ความอยากใช้ยาเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราวก็มากขึ้นตาม

ทำไมสองภาวะนี้มักมาด้วยกัน

NIDA อธิบายไว้ 3 แนวทาง ข้อแรกคือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน เช่น พันธุกรรม ความเครียดรุนแรง หรือประสบการณ์บาดแผลทางใจ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงทั้งโรคทางจิตเวชและการติดยา

ข้อสองคือการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการด้วยตัวเอง คนที่มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล แม้ยังไม่รุนแรงถึงขั้นได้รับการวินิจฉัย อาจใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ยาอาจช่วยได้ชั่วคราว แต่ระยะยาวมักทำให้อาการแย่ลง

ข้อสามคือยาเสพติดเปลี่ยนแปลงสมองส่วนเดียวกับที่เกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวช การใช้ยาจึงอาจทำให้โรคทางจิตเวชเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้นได้ ในชีวิตจริงมักแยกไม่ออกว่าอะไรเกิดก่อน

ซึมเศร้าจากการถอนยา ต่างจากโรคซึมเศร้าอย่างไร

ยาบางชนิดทำให้เกิดอาการซึมเศร้าชัดเจนในช่วงหยุดยา NIDA ระบุว่าอาการถอนยาของเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารในยาบ้าและไอซ์ รวมถึงความอ่อนเพลีย ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้ารุนแรง อาการกลุ่มนี้บางส่วนดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวได้

แต่บางคนยังซึมเศร้าต่อเนื่องแม้หยุดยามานานแล้ว หรือเคยมีอาการซึมเศร้ามาก่อนเริ่มใช้ยา ซึ่งอาจเป็นโรคซึมเศร้าที่ต้องรักษาเฉพาะ การแยกสองกรณีนี้ต้องอาศัยการประเมินของจิตแพทย์ร่วมกับการติดตามอาการหลังหยุดยา ครอบครัวไม่ควรสรุปเองว่าเป็นแค่อาการถอนยาแล้วเดี๋ยวก็หาย

สัญญาณที่ต้องรีบขอความช่วยเหลือ

ควรพาไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเศร้า หดหู่ หรือเบื่อสิ่งที่เคยชอบติดต่อกันเกือบทุกวันนานกว่า 2 สัปดาห์ นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ ไม่มีแรง รู้สึกตัวเองไร้ค่า หรือใช้ยาบ่อยขึ้นเพื่อกลบความรู้สึก สามารถเริ่มจากแบบคัดกรองโรคซึมเศร้าของกรมสุขภาพจิต หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ถ้ามีคำพูดหรือพฤติกรรมที่บอกว่าอยากทำร้ายตัวเอง เช่น พูดถึงความตาย สั่งเสีย หรือเก็บรวบรวมยา ให้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว และติดต่อสายด่วน 1323 ทันที ถ้ามีอันตรายเฉพาะหน้าให้โทร 1669

ทำไมต้องรักษาไปพร้อมกัน

NIDA สรุปว่าการรักษาแบบบูรณาการ คือดูแลทั้งการติดยาและโรคทางจิตเวชไปพร้อมกันโดยทีมเดียวกัน ให้ผลดีกว่าการรักษาแยกกันอย่างสม่ำเสมอ และแนะนำให้ประเมินแต่ละภาวะไปพร้อมกัน เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน

ถ้ารักษาแค่การติดยาแต่ปล่อยให้ซึมเศร้า ผู้ป่วยมักกลับไปใช้ยาเพื่อจัดการอารมณ์ ถ้ารักษาแค่ซึมเศร้าแต่ยังใช้ยาอยู่ ยาเสพติดก็ทำให้อาการซึมเศร้าดีขึ้นยาก การดูแลทั้งสองด้านพร้อมกันจึงช่วยลดโอกาสกลับไปใช้ซ้ำ

การรักษาที่ใช้บ่อย ได้แก่ การประเมินและใช้ยารักษาอาการซึมเศร้าโดยจิตแพทย์ ร่วมกับจิตบำบัด เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) ที่ช่วยฝึกรับมือทั้งความคิดด้านลบและความอยากยา และการบำบัดครอบครัว

การดูแลโรคร่วมที่เพชรนาวา โฮปแคร์

ที่เพชรนาวา โฮปแคร์ จิตแพทย์ตรวจประเมินแรกรับอย่างละเอียดและติดตามอาการต่อเนื่อง ทีมสหวิชาชีพซึ่งมีจิตแพทย์ แพทย์ นักจิตวิทยา และพยาบาล ดูแลโรคร่วมอย่างโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และปัญหาการนอนไปพร้อมกับการบำบัดการติดยา

ถ้าคนในบ้านมีทั้งปัญหายาเสพติดและอาการซึมเศร้า ทำแบบประเมินเบื้องต้นหรือโทรปรึกษาทีมได้ เราจะช่วยดูว่าควรเริ่มที่ไหนและแบบใด ข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับ

คำถามที่พบบ่อย

ซึมเศร้าก่อนแล้วค่อยติดยา หรือติดยาแล้วค่อยซึมเศร้า+

เป็นได้ทั้งสองแบบ NIDA อธิบายว่ามีทั้งปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเอง และยาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงสมอง ในหลายกรณีแยกไม่ออกว่าอะไรเกิดก่อน จึงควรประเมินและรักษาทั้งสองด้าน

หยุดยาแล้วเศร้ามาก เป็นเรื่องปกติไหม+

อาการซึมเศร้าพบได้ในช่วงถอนยา โดยเฉพาะยาบ้าและไอซ์ ซึ่ง NIDA ระบุว่าอาการถอนรวมถึงซึมเศร้ารุนแรง แต่ถ้าเศร้าต่อเนื่องนานหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ต้องพบแพทย์โดยเร็วหรือโทร 1323

ต้องหายซึมเศร้าก่อนถึงจะเริ่มบำบัดยาเสพติดได้ไหม+

ไม่ต้องรอ หลักฐานจาก NIDA ชี้ว่าการรักษาทั้งสองภาวะไปพร้อมกันให้ผลดีกว่าการรักษาทีละอย่าง

กินยาต้านซึมเศร้าระหว่างบำบัดยาเสพติดได้ไหม+

ได้ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์ ซึ่งจะประเมินอาการ เลือกยา และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ไม่ควรซื้อยามากินเองหรือหยุดยาเอง

มีทั้งปัญหายาเสพติดและอาการซึมเศร้า ปรึกษาทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเพื่อวางแผนรักษาไปพร้อมกัน

ประเมินเบื้องต้นแบบเป็นความลับ | เพชรนาวา โฮปแคร์

แหล่งอ้างอิง

  1. Common Comorbidities with Substance Use Disorders Research Report — สถาบันวิจัยยาเสพติดแห่งชาติสหรัฐฯ (NIDA), ปรับปรุง เม.ย. 2563
  2. Methamphetamine DrugFacts — NIDA, ปรับปรุง พ.ค. 2562
  3. กรมสุขภาพจิต แนะวิธีปฏิบัติเมื่อพบผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะอันตราย และสายด่วนสุขภาพจิต 1323 — กรุงเทพธุรกิจ (16 ก.พ. 2565)
ต้องการปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม? ทีมงานเพชรนาวา โฮปแคร์ยินดีให้คำแนะนำฟรี เป็นความลับ
ปรึกษาฟรี
โทรเลย