เพชรนาวา โฮปแคร์เพชรนาวา โฮปแคร์PETCH NAVA HOPE CARE
← กลับไปหน้าบทความทั้งหมดบทบาทของครอบครัว

เมื่อคนในบ้านติดยา ดูแลใจตัวเองอย่างไรไม่ให้หมดแรงไปก่อน

อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2569
เมื่อคนในบ้านติดยา ดูแลใจตัวเองอย่างไรไม่ให้หมดแรงไปก่อน

เมื่อคนที่เรารักติดยาเสพติด ความสนใจของทั้งบ้านมักไปอยู่ที่ผู้ป่วยคนเดียว พ่อแม่ คู่ชีวิต หรือพี่น้องต้องคอยเฝ้าระวัง ตามหา แก้ปัญหาเงิน และรับอารมณ์ทุกวัน จนลืมไปว่าตัวเองก็กำลังป่วยใจอยู่เหมือนกัน บทความนี้อธิบายว่าทำไมครอบครัวถึงเหนื่อยล้า สัญญาณว่ากำลังหมดแรง วิธีขีดเส้นที่ชัดเจนแต่ยังใจดี และเหตุผลที่การดูแลตัวเองช่วยทั้งคุณและคนที่คุณรัก

ทำไมคนในครอบครัวถึงเหนื่อยล้า

การอยู่กับคนติดยาคือความเครียดเรื้อรัง ทั้งความกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไหม ความโกรธเมื่อถูกโกหก ความอับอายจนไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง และความรู้สึกผิดว่าตัวเองเลี้ยงดูไม่ดีพอ หลายบ้านยังมีปัญหาเงินและการทะเลาะกันบ่อยครั้งเพิ่มเข้ามา

งานวิจัยของ Ray และคณะ (2557) ในระบบบริการสุขภาพของสหรัฐฯ พบว่าเด็กในบ้านที่มีผู้ใหญ่ติดสุราหรือยาเสพติด ได้รับการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าและปัญหาการใช้สารมากกว่าเด็กในบ้านที่ผู้ใหญ่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังอื่นอย่างหอบหืดหรือเบาหวาน และมีค่าใช้จ่ายด้านห้องฉุกเฉินและการรักษาจิตเวชผู้ป่วยนอกสูงกว่าด้วย แปลว่าผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้ป่วย แต่ส่งถึงทุกคนในบ้าน

สัญญาณว่าคุณกำลังหมดแรง

ลองสังเกตตัวเองว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ นอนไม่หลับเพราะคิดวนเรื่องเขา หงุดหงิดง่ายกับทุกคนในบ้าน ตรวจโทรศัพท์หรือกระเป๋าของเขาซ้ำๆ ไม่เจอเพื่อนหรือเลิกทำสิ่งที่เคยชอบ ละเลยการไปหาหมอของตัวเอง หรือรู้สึกว่าความสุขของตัวเองขึ้นอยู่กับว่าวันนี้เขาเสพหรือไม่

ถ้ารู้สึกเศร้า หมดหวัง หรือเบื่อทุกอย่างเกือบทุกวันนานกว่า 2 สัปดาห์ นั่นไม่ใช่แค่ความเหนื่อยธรรมดา ควรปรึกษาแพทย์หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง การขอความช่วยเหลือให้ตัวเองไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ

ดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว

หลายคนรู้สึกผิดถ้าจะหยุดพักหรือทำอะไรให้ตัวเอง ในขณะที่คนในบ้านยังติดยาอยู่ แต่หลักฐานบอกตรงกันข้าม งานศึกษาโปรแกรม CRAFT ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกครอบครัวของผู้ที่ยังไม่ยอมบำบัด พบว่าเมื่อครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ อาการซึมเศร้า ความโกรธ และความขัดแย้งในบ้านของสมาชิกครอบครัวดีขึ้นภายใน 6 เดือน

ข้อมูลสรุปของศูนย์ CCSA ประเทศแคนาดา (2560) ยังระบุว่า ในการศึกษาเปรียบเทียบ ครอบครัวที่ผ่านโปรแกรม CRAFT ชวนผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดได้ราวร้อยละ 67 เทียบกับร้อยละ 18 ในกลุ่มที่เข้ากลุ่มช่วยเหลือกันเองอย่างเดียว และร้อยละ 30 ในกลุ่มที่ใช้วิธีเผชิญหน้าแบบกดดัน ครอบครัวที่มีแรงและมีทักษะจึงเป็นทั้งผู้รอดและผู้ช่วยที่ดีที่สุด

ขีดเส้นให้ชัด แต่ยังใจดี

การขีดเส้นคือการบอกให้ชัดว่าอะไรที่คุณจะทำและไม่ทำ เพื่อปกป้องตัวเองและไม่เผลอทำให้การใช้ยาง่ายขึ้น เช่น ไม่ให้เงินสดที่อาจนำไปซื้อยา ไม่โกหกแทนหรือแก้ตัวแทนเขากับที่ทำงาน ไม่ยอมให้ใช้ยาในบ้าน และไม่คุยเรื่องสำคัญตอนที่เขากำลังเมา

สิ่งสำคัญคือพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของตัวเอง เช่น "แม่เป็นห่วงและเหนื่อยมาก แม่จะไม่ให้เงินสดอีก แต่ถ้าลูกพร้อมไปบำบัด แม่จะไปด้วย" แล้วทำตามที่พูดอย่างสม่ำเสมอ แนวทาง TIP 39 ของ SAMHSA ระบุว่าความขัดแย้งรุนแรงในครอบครัวสัมพันธ์กับความเสี่ยงกลับไปใช้ยาซ้ำที่สูงขึ้น การขีดเส้นแบบสงบจึงดีกว่าการตะโกนหรือประชดประชัน

วิธีดูแลใจในชีวิตประจำวัน

เริ่มจากพื้นฐานที่มักถูกละเลย ได้แก่ นอนให้พอ กินข้าวให้ตรงเวลา ขยับร่างกายวันละเล็กน้อย และกันเวลาสั้นๆ ทุกวันให้ตัวเอง แม้เพียง 15 นาทีที่ไม่ต้องคิดเรื่องยาเสพติด

หาคนที่คุยได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยหนึ่งคน อาจเป็นเพื่อนสนิท ญาติที่ไว้ใจ ผู้ให้คำปรึกษา หรือกลุ่มช่วยเหลือกันเองของครอบครัวผู้ติดสารเสพติด SAMHSA แนะนำให้เชื่อมครอบครัวเข้ากับแหล่งช่วยเหลือในชุมชน เช่น กลุ่ม Al-Anon การได้ฟังคนที่ผ่านเรื่องเดียวกันช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและความอับอายได้มาก

แบ่งภาระกันในบ้าน อย่าให้คนเดียวแบกทุกอย่าง และยอมรับว่าคุณควบคุมการตัดสินใจของเขาไม่ได้ทั้งหมด สิ่งที่คุณควบคุมได้คือการกระทำของตัวเอง

เมื่อไหร่ต้องขอความช่วยเหลือทันที

ถ้ามีการทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ หรือคุณและเด็กในบ้านไม่ปลอดภัย ให้ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนแล้วโทร 191 ความปลอดภัยของคุณสำคัญกว่าการพยายามคุยให้เขาเข้าใจ ถ้าเขามีอาการหลอนหรือคลุ้มคลั่งจากยา อ่านวิธีรับมืออย่างปลอดภัยได้ในบทความเรื่องอาการหลอนจากยาบ้า

ถ้าคุณเองเริ่มมีความคิดอยากหายไปหรืออยากทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทันที และถ้าต้องการคำปรึกษาเรื่องการพาคนในบ้านเข้าบำบัด โทรสายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165

เพชรนาวา โฮปแคร์ ช่วยครอบครัวได้อย่างไร

ครอบครัวโทรปรึกษาทีมเพชรนาวา โฮปแคร์ได้ แม้ผู้ป่วยยังไม่พร้อมบำบัด หรือกรอกแบบประเมินสำหรับครอบครัวล่วงหน้า เพื่อให้ทีมเตรียมแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมก่อนโทรกลับ ข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับ

เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการบำบัด โปรแกรมของเพชรนาวา โฮปแคร์มีการบำบัดครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล เพื่อช่วยให้ทุกคนในบ้านฟื้นตัวไปพร้อมกัน ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วย

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าเขายังไม่ยอมบำบัด ครอบครัวควรรอไปก่อนไหม+

ไม่ต้องรอ ครอบครัวเริ่มดูแลตัวเองและขอคำปรึกษาได้เลย งานศึกษาโปรแกรม CRAFT พบว่าครอบครัวที่ได้รับการช่วยเหลือมีสุขภาพใจดีขึ้น และชวนผู้ป่วยเข้าบำบัดได้มากกว่าวิธีเผชิญหน้าแบบกดดัน

การไม่ให้เงินเขา เป็นการใจร้ายเกินไปหรือเปล่า+

ไม่ใช่ การไม่ให้เงินสดที่อาจถูกนำไปซื้อยาเป็นการขีดเส้นเพื่อไม่ให้การใช้ยาง่ายขึ้น คุณยังแสดงความรักได้ด้วยวิธีอื่น เช่น ซื้ออาหารให้ หรือบอกว่าพร้อมพาไปบำบัดเมื่อเขาพร้อม

รู้สึกผิดที่อยากพักจากเขา ทำอย่างไรดี+

ความรู้สึกนี้พบได้บ่อยมาก แต่การพักไม่ได้แปลว่าเลิกรัก คนที่มีแรงพอจะช่วยเหลือได้นานกว่าและสงบกว่า การดูแลตัวเองจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเขา

หาคนคุยได้ที่ไหนบ้าง+

เริ่มได้จากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 กลุ่มช่วยเหลือกันเองของครอบครัว หรือโทรปรึกษาทีมเพชรนาวา โฮปแคร์ ได้แบบเป็นความลับ

เหนื่อยกับการดูแลคนในบ้านที่ติดยา ปรึกษาทีมของเราได้ แม้เขายังไม่พร้อมบำบัด เป็นความลับ

แบบประเมินสำหรับครอบครัว | เพชรนาวา โฮปแคร์

แหล่งอ้างอิง

  1. Ray, Mertens & Weisner (2557) Comparison of Health Care Needs of Child Family Members of Adults with Alcohol or Drug Dependence Versus Adults with Asthma or Diabetes — eScholarship, University of California
  2. Community Reinforcement and Family Training (CRAFT) — ศูนย์ด้านการใช้สารเสพติดและการเสพติดแห่งแคนาดา (CCSA), 2560
  3. TIP 39: Substance Use Disorder Treatment and Family Therapy บทที่ 4 — SAMHSA, ปรับปรุง 2563
  4. กรมสุขภาพจิต แนะวิธีปฏิบัติเมื่อพบผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะอันตราย และสายด่วนสุขภาพจิต 1323 — กรุงเทพธุรกิจ (16 ก.พ. 2565)
ต้องการปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม? ทีมงานเพชรนาวา โฮปแคร์ยินดีให้คำแนะนำฟรี เป็นความลับ
ปรึกษาฟรี
โทรเลย