จากข่าวผู้ป่วยถูกขังในกรงที่กาญจนบุรี: 8 สัญญาณอันตรายที่ครอบครัวต้องเช็กก่อนส่งคนที่รักเข้าศูนย์บำบัด

ข่าวศูนย์ดูแลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ที่ถูกร้องเรียนว่ากักขังผู้ป่วยไว้ในเตียงลักษณะกรงเหล็ก ทำให้หลายครอบครัวตั้งคำถามว่า สถานที่ที่เราฝากคนที่รักไว้ ดูแลเขาอย่างไรเมื่อเราไม่อยู่ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากข่าวเท่าที่หน่วยงานรัฐเปิดเผย อธิบายว่ากฎหมายไทยกำหนดเรื่องการผูกมัดและกักบริเวณผู้ป่วยไว้อย่างไร และรวบรวมสัญญาณอันตรายกับคำถามที่ครอบครัวควรถาม ก่อนเลือกศูนย์บำบัดยาเสพติดหรือสถานดูแลใดๆ
เกิดอะไรขึ้นที่กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังมีผู้ร้องเรียนว่าผู้ป่วยถูกทำร้ายร่างกาย กักขัง และหน่วงเหนี่ยว เจ้าหน้าที่พบผู้ป่วย 92 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวช
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุว่าศูนย์แห่งนี้ได้รับอนุญาตเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงขนาด 50 เตียง ซึ่งรับผู้ป่วยจิตเวชได้เฉพาะกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) แต่กลับดูแลผู้ป่วยราว 100 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งให้ สบส. และกรมสุขภาพจิตเข้าตรวจสอบ และระบุว่าเตียงลักษณะกรงขังไม่เป็นไปตามระเบียบ ด้านเจ้าของศูนย์ชี้แจงว่าห้องลูกกรงใช้กับผู้ป่วยจิตเวชรุนแรงเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน
ศูนย์แห่งนี้ไม่ใช่สถานบำบัดยาเสพติด แต่บทเรียนเดียวกันใช้ได้กับทุกสถานที่ที่รับดูแลผู้ป่วยแบบพักค้าง และไม่ใช่ครั้งแรกในกาญจนบุรี เมื่อปี 2564 สถานบำบัดยาเสพติดที่ดำเนินการในวัดแห่งหนึ่งถูกสั่งปิดหลังพบผู้ป่วยกว่า 200 คนอยู่ในสภาพแออัด และมีข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายและการเรียกเก็บเงินจากครอบครัว
กฎหมายไทยว่าอย่างไรเรื่องการผูกมัดและกักบริเวณผู้ป่วย
พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 15 กำหนดให้ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการบำบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และได้รับการปกปิดข้อมูลการเจ็บป่วยไว้เป็นความลับ
มาตรา 17 กำหนดว่า การบำบัดรักษาโดยการผูกมัดร่างกาย การกักบริเวณ หรือการแยกผู้ป่วย จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วยเอง บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่น และต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้บำบัดรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ
พูดง่ายๆ คือการจำกัดตัวผู้ป่วยเป็นมาตรการชั่วคราวในภาวะฉุกเฉิน ทำเมื่อจำเป็นจริงและมีบุคลากรวิชาชีพดูแลอยู่ใกล้ชิด ไม่ใช่วิธีจัดที่พักประจำ ไม่ใช่การลงโทษ และไม่ใช่ทางลัดเพื่อชดเชยการมีเจ้าหน้าที่ไม่พอ
มีใบอนุญาตแล้ว ปลอดภัยแน่หรือ
ใบอนุญาตเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำที่ต้องมี แต่ไม่ได้รับประกันทุกอย่าง ศูนย์ในข่าวก็มีใบอนุญาตที่เพิ่งต่ออายุเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ปัญหาที่หน่วยงานรัฐพบคือ ประเภทของใบอนุญาตไม่ตรงกับผู้ป่วยที่รับดูแลจริง และจำนวนผู้ป่วยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต
ครอบครัวจึงควรถามให้ชัดว่าใบอนุญาตเป็นประเภทใด ครอบคลุมบริการที่เราต้องการหรือไม่ และรับผู้ป่วยได้กี่คน สำหรับการบำบัดยาเสพติด ประมวลกฎหมายยาเสพติดกำหนดให้การบำบัดเพื่อรับความคุ้มครองตามมาตรา 113 ต้องทำในสถานพยาบาลยาเสพติดตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่แน่ใจ สามารถสอบถามกรมสนับสนุนบริการสุขภาพทางสายด่วน 1426 หรือสายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165
8 สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
1. ไม่ให้ครอบครัวดูสถานที่จริง ทั้งห้องพักและพื้นที่ที่ผู้ป่วยใช้ชีวิต หรือให้ดูได้เฉพาะห้องรับแขก
2. ไม่ให้ติดต่อหรือเยี่ยมผู้ป่วยเลยเป็นเวลานาน โดยไม่มีเหตุผลทางการรักษาที่อธิบายได้ชัดเจนและมีกำหนดเวลา
3. ไม่สามารถบอกชื่อแพทย์ พยาบาล หรือนักบำบัดที่รับผิดชอบ หรือไม่มีบุคลากรวิชาชีพประจำเลย
4. ใช้การขัง ผูกมัด ทำร้าย หรืออดอาหาร โดยอ้างว่าเป็น "วินัย" หรือ "การดัดนิสัย"
5. ผู้ป่วยแออัด มีจำนวนมากเกินกว่าห้องพักและเจ้าหน้าที่ที่เห็น
6. ค่าใช้จ่ายไม่ชัดเจน มีค่าปรับหากขอออกก่อนกำหนด หรือเรียกเก็บเงินเพิ่มโดยไม่มีเอกสาร
7. ไม่มีแผนการรักษาเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ยอมบอกชื่อยาหรือเหตุผลที่ใช้ยา
8. ใช้วิธีจับตัวหรือบังคับพาตัวผู้ป่วยมา โดยไม่ผ่านกระบวนการทางการแพทย์หรือกฎหมาย
คำถามที่ควรถามก่อนตัดสินใจ
ใบอนุญาตเป็นประเภทใด เลขที่เท่าไร และรับผู้ป่วยได้สูงสุดกี่คน
ใครเป็นแพทย์และพยาบาลผู้รับผิดชอบ มีเจ้าหน้าที่ดูแลกี่คนต่อผู้ป่วยในเวลากลางวันและกลางคืน
ถ้าผู้ป่วยมีอาการถอนยารุนแรง สับสน หรือก้าวร้าว ศูนย์จัดการอย่างไร ใช้การพูดคุยให้สงบลงก่อนหรือไม่ เมื่อไรจะส่งต่อโรงพยาบาล
ศูนย์มีนโยบายเรื่องการจำกัดตัวผู้ป่วยอย่างไร ใครเป็นผู้สั่ง ทำได้นานแค่ไหน มีการบันทึก และแจ้งครอบครัวหรือไม่
ครอบครัวเยี่ยมหรือติดต่อผู้ป่วยได้เมื่อไร ผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดขอยุติการรักษาได้อย่างไร และมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ต้องรู้ล่วงหน้า
สถานที่ที่ดีจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ตรงไปตรงมา หากได้คำตอบที่คลุมเครือหรือถูกเร่งให้ตัดสินใจ ควรชะลอและหาข้อมูลเพิ่ม
ถ้าสงสัยว่าคนในครอบครัวได้รับการดูแลไม่เหมาะสม
ขอพบผู้ป่วยและขอคำอธิบายจากผู้รับผิดชอบโดยตรง จดบันทึกสิ่งที่พบพร้อมวันเวลา และเก็บเอกสารการรับเข้าและใบเสร็จไว้
แจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนสถานพยาบาลได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สายด่วน 1426 หากมีอันตรายเร่งด่วนให้แจ้งตำรวจ 191 และหากต้องการคำปรึกษาเรื่องการบำบัดยาเสพติดหรือหาสถานบำบัดอื่น โทรสายด่วน 1165
เพชรนาวา โฮปแคร์ ช่วยอะไรได้บ้าง
เพชรนาวา โฮปแคร์ เป็นสถานพยาบาลยาเสพติดเอกชนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ตั้งอยู่ที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยราคาโปรแกรมทุกแพ็กเกจ และให้การบำบัดครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟู ครอบครัวสามารถโทรสอบถามรายละเอียดตามคำถามในบทความนี้ก่อนตัดสินใจได้ ข้อมูลทุกอย่างเก็บเป็นความลับ
คำถามที่พบบ่อย
ศูนย์บำบัดผูกมัดหรือขังผู้ป่วยได้หรือไม่+
ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 17 การผูกมัดร่างกาย การกักบริเวณ หรือการแยกผู้ป่วยทำไม่ได้ เว้นแต่จำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ป่วย ผู้อื่น หรือทรัพย์สิน และต้องอยู่ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของผู้บำบัดรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพ ไม่ใช่การจัดที่พักหรือการลงโทษ
ศูนย์ที่กาญจนบุรีในข่าวเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดหรือไม่+
ไม่ใช่ หน่วยงานรัฐระบุว่าเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่รับผู้ป่วยจิตเวชไว้จำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่หลักการตรวจสอบก่อนฝากคนที่รักไว้ใช้ได้กับศูนย์บำบัดยาเสพติดเช่นกัน
มีใบอนุญาตแล้วแปลว่าปลอดภัยใช่ไหม+
ไม่เสมอไป ศูนย์ในข่าวก็มีใบอนุญาตที่เพิ่งต่ออายุ แต่ประเภทใบอนุญาตไม่ตรงกับผู้ป่วยที่รับจริงและรับผู้ป่วยเกินจำนวน ควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาต จำนวนที่รับได้ บุคลากร และไปดูสถานที่จริงด้วย
สงสัยว่ามีการทารุณผู้ป่วย แจ้งที่ไหนได้บ้าง+
แจ้งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สายด่วน 1426 หากมีอันตรายเร่งด่วนแจ้งตำรวจ 191 และปรึกษาเรื่องการบำบัดยาเสพติดได้ที่สายด่วน 1165
อยากถามรายละเอียดการดูแลก่อนตัดสินใจ ปรึกษาทีมเพชรนาวา โฮปแคร์ได้ เป็นความลับ
แบบประเมินเบื้องต้น | เพชรนาวา โฮปแคร์
แหล่งอ้างอิง
- CIB ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี หลังถูกร้องเรียนกักขัง-ทำร้าย — THE STANDARD (5 ต.ค. 2569)
- รมว.สาธารณสุขสั่ง สบส.-กรมสุขภาพจิต ตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเมืองกาญจน์ — THE STANDARD (ต.ค. 2569)
- Elderly care center found housing 92 psychiatric patients — Khaosod English (6 ต.ค. 2569)
- Police inspect 92-patient care centre over abuse claim — The Nation (ต.ค. 2569)
- พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 15 และ 17 (ราชกิจจานุเบกษา) — โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต
- Kanchanaburi temple that served as a rehab closes amidst shocking abuse allegations — The Thaiger (2564)
- สายด่วน กรม สบส. 1426 — กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
- ลักษณะ 3 การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด (มาตรา 113-117) ประมวลกฎหมายยาเสพติด
- สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 — กรมประชาสัมพันธ์