ลูกโดนเพื่อนชวนลองยา สอนวิธีปฏิเสธอย่างไรให้ได้ผลและไม่เสียเพื่อน

สำหรับวัยรุ่น การถูกเพื่อนชวนลองบุหรี่ไฟฟ้า เหล้า หรือยาเสพติด มักไม่ได้มาในรูปการบังคับ แต่มาในรูป "ลองหน่อยน่า ทุกคนก็ทำ" ซึ่งปฏิเสธยากกว่ามาก เพราะวัยรุ่นกลัวถูกล้อหรือถูกตัดออกจากกลุ่ม ข่าวดีคือทักษะการปฏิเสธเป็นสิ่งที่ฝึกได้ และพ่อแม่เป็นโค้ชที่ดีที่สุด บทความนี้สรุปสิ่งที่งานวิจัยด้านการป้องกันบอกเกี่ยวกับแรงกดดันจากเพื่อน พร้อมเทคนิคการปฏิเสธที่พ่อแม่ฝึกกับลูกได้ที่บ้าน
ทำไมแรงกดดันจากเพื่อนจึงมีผลมากในวัยรุ่น
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าการคบหากับเพื่อนที่ใช้สารเสพติดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของวัยรุ่น เพราะวัยนี้ให้ความสำคัญกับการได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนมาก และสมองส่วนที่ควบคุมการยั้งคิดและการวางแผนยังพัฒนาไม่เต็มที่
สถาบันวิจัยยาเสพติดแห่งชาติสหรัฐฯ (NIDA) สรุปจากงานวิจัยด้านการป้องกันว่า โปรแกรมสำหรับนักเรียนมัธยมควรเสริมทักษะด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน ความมั่นใจในตัวเอง ความกล้าแสดงออก และทักษะการต่อต้านการชักชวนให้ใช้ยาเสพติด แปลว่าการปฏิเสธเป็นทักษะที่สอนและฝึกได้ ไม่ใช่เรื่องของนิสัยอย่างเดียว
ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
NIDA ระบุว่าช่วงเปลี่ยนผ่านในชีวิต เช่น การขึ้นมัธยม เป็นช่วงที่ควรเสริมการป้องกัน เพราะเด็กต้องเจอเพื่อนกลุ่มใหม่และสภาพแวดล้อมใหม่ ในบริบทไทย ช่วงที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ การขึ้น ม.1 การขึ้น ม.4 หรือย้ายไปเรียนสายอาชีพ การเข้ามหาวิทยาลัย การย้ายโรงเรียน และการย้ายที่อยู่ เช่น หลังน้ำท่วม
ในช่วงเหล่านี้ วัยรุ่นต้องการเพื่อนใหม่อย่างเร่งด่วน และอาจยอมทำหลายอย่างเพื่อให้กลุ่มยอมรับ พ่อแม่จึงควรคุยเรื่องนี้ล่วงหน้า และติดตามว่าลูกปรับตัวกับเพื่อนใหม่ได้อย่างไร
เทคนิคปฏิเสธที่ใช้ได้จริง
ปฏิเสธให้ชัดและสั้น เช่น "ไม่เอาอะ" หรือ "ไม่ดีกว่า" ไม่จำเป็นต้องอธิบายยาว เพราะยิ่งอธิบายมาก อีกฝ่ายยิ่งมีช่องให้เถียง
ให้เหตุผลส่วนตัวสั้นๆ หากอยากมีเหตุผลประกอบ เช่น "พรุ่งนี้มีซ้อมบอล" "เดี๋ยวพ่อมารับ" หรือ "ไม่ชอบกลิ่น" เหตุผลที่เกี่ยวกับตัวเองฟังแล้วไม่ตัดสินเพื่อน จึงไม่ทำให้บรรยากาศเสีย
เปลี่ยนเรื่องหรือเสนอทางเลือก เช่น "ไปหาอะไรกินกันดีกว่า" หรือชวนเล่นเกม การมีกิจกรรมอื่นให้ทำช่วยให้หลุดจากสถานการณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ใช้พ่อแม่เป็นข้ออ้างได้ บอกลูกว่า "โยนความผิดให้แม่ได้เลย บอกเพื่อนว่าแม่ตรวจเจอแน่ แล้วโดนยึดโทรศัพท์" วัยรุ่นหลายคนรู้สึกว่าวิธีนี้รักษาหน้าได้ดีกว่าการบอกว่าตัวเองไม่อยากลอง
เดินออกจากสถานการณ์ หากเพื่อนยังตื๊อไม่เลิก การลุกออกไปคือการปฏิเสธที่ชัดเจนที่สุด และควรมีแผนสำรองไว้เสมอว่าจะกลับบ้านอย่างไร
รหัสลับกับพ่อแม่ เครื่องมือที่ช่วยได้มาก
ตกลงคำหรืออีโมจิลับกับลูก เช่น ส่งคำว่า "แมวหิว" มาในไลน์ แปลว่าลูกอยากออกจากสถานการณ์นั้น พ่อแม่จะโทรกลับทันทีแล้วบอกว่ามีธุระด่วนต้องกลับบ้าน หรือขับรถไปรับ ลูกออกจากสถานการณ์ได้โดยไม่เสียหน้าต่อเพื่อน
สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรักษาสัญญาว่าจะไม่ซักไซ้หรือดุในคืนนั้น หากลูกใช้รหัสแล้วโดนลงโทษ ลูกจะไม่ใช้มันอีก ค่อยคุยกันเมื่อทุกคนใจเย็นในวันถัดไป
ฝึกซ้อมที่บ้านด้วยบทบาทสมมติ
แนวทาง "Talk. They Hear You." ของ SAMHSA แนะนำให้พ่อแม่ฝึกบทบาทสมมติกับลูก เพื่อให้ลูกได้ซ้อมพูดปฏิเสธก่อนเจอสถานการณ์จริง ลองให้พ่อแม่เล่นเป็นเพื่อนที่ชวน แล้วให้ลูกลองใช้เทคนิคต่างๆ ข้างต้น และสลับบทกันบ้างเพื่อให้สนุก
เมื่อลูกเคยพูดคำปฏิเสธออกมาจริงๆ หลายครั้ง ถึงเวลาจริงจะพูดได้เป็นธรรมชาติกว่ามาก เหมือนการซ้อมกีฬาก่อนลงแข่ง
ถ้าเพื่อนสนิทของลูกใช้ยา
การสั่งให้เลิกคบทันทีมักทำให้ลูกต่อต้านและแอบคบต่อ ลองคุยกับลูกว่ารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เพื่อนทำ ชวนเพื่อนคนนั้นมาที่บ้านในเวลาที่มีผู้ใหญ่อยู่ และสนับสนุนให้ลูกมีเพื่อนจากกิจกรรมอื่น เช่น กีฬาหรือดนตรี ควบคู่กันไป
หากเพื่อนของลูกดูมีปัญหาหนัก ลองติดต่อพ่อแม่ของเพื่อนหรือครูอย่างระมัดระวัง หรือแนะนำสายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 เพชรนาวา โฮปแคร์ เป็นสถานพยาบาลยาเสพติดเอกชนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย พ่อแม่ที่กังวลเรื่องการใช้สารของคนในครอบครัวสามารถโทรปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญได้ ข้อมูลทุกอย่างเก็บเป็นความลับ
คำถามที่พบบ่อย
สอนลูกปฏิเสธยาเสพติดได้จริงไหม+
ได้ NIDA สรุปจากงานวิจัยด้านการป้องกันว่าทักษะการต่อต้านการชักชวน ความกล้าแสดงออก และทักษะความสัมพันธ์กับเพื่อน เป็นสิ่งที่ควรสอนในวัยมัธยม พ่อแม่ช่วยได้ด้วยการคุยและฝึกบทบาทสมมติที่บ้าน
ปฏิเสธเพื่อนอย่างไรไม่ให้เสียเพื่อน+
ปฏิเสธสั้นๆ ให้เหตุผลส่วนตัวที่ไม่ตัดสินเพื่อน เช่น พรุ่งนี้มีซ้อมกีฬา แล้วเปลี่ยนเรื่องหรือชวนทำอย่างอื่น หรือใช้พ่อแม่เป็นข้ออ้าง วิธีเหล่านี้ช่วยรักษาบรรยากาศและหน้าตาของลูกในกลุ่ม
รหัสลับกับพ่อแม่คืออะไร+
คำหรืออีโมจิที่ตกลงกันไว้ เมื่อลูกส่งมา พ่อแม่จะโทรกลับหรือไปรับทันทีโดยไม่ซักไซ้ในคืนนั้น ช่วยให้ลูกออกจากสถานการณ์เสี่ยงได้โดยไม่เสียหน้า
ช่วงไหนที่ลูกเสี่ยงถูกชวนมากที่สุด+
ช่วงเปลี่ยนผ่าน เช่น ขึ้น ม.1 ขึ้น ม.4 ย้ายโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัย หรือย้ายที่อยู่ เพราะลูกต้องหาเพื่อนใหม่ NIDA ระบุว่าช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นจังหวะสำคัญของการป้องกัน
กังวลเรื่องการใช้สารเสพติดของคนในครอบครัว ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ เป็นความลับ
แบบประเมินเบื้องต้น | เพชรนาวา โฮปแคร์